(19 เม.ย.69) นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าเต็มกำลัง รับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังพุ่งสูงต่อเนื่อง โดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการทุกพื้นที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) เพื่อแจ้งเตือนและดูแลประชาชนทันทีในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคเหนือที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 19 เม.ย.69 พบ 10 จังหวัดค่าฝุ่นสะสมสูงสุด ได้แก่ น่าน 210.9 เชียงราย 152.9 พิษณุโลก 129.9 พะเยา 129.2 สุโขทัย 113.0 ลำพูน 109.0 แม่ฮ่องสอน 108.0 แพร่ 99.9 เชียงใหม่ 99.1 และ ลำปาง 98.4(หน่วยไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
กระทรวงสาธารณสุขเร่งช่วยเหลือประชาชนผ่าน ห้องปลอดฝุ่น (Clean Room) ใน 10 จังหวัดเสี่ยงสูง รวม 2,275 ห้อง ครอบคลุมทุกระดับบริการ ได้แก่ รพ.ศูนย์ 84 ห้องรพ.ทั่วไป 274 ห้อง รพ.ชุมชน 559 ห้อง และ รพ.สต. 1,358 ห้อง
มีประชาชนเข้าใช้บริการสะสมแล้ว 218,415 คน สูงสุดคือ เชียงราย 156,068 คน ลำปาง 20,894 คน และ พะเยา 20,005 คน
สะท้อนชัดว่า ระบบช่วยเหลือสามารถเป็นที่พึ่งประชาชนได้จริงในช่วงวิกฤตฝุ่นพิษ
พร้อมกันนี้ สธ.เปิด คลินิกมลพิษออนไลน์ 128 แห่ง ในพื้นที่เสี่ยงสูง ให้ประชาชนเข้ารับคำปรึกษาและรักษาโดยไม่ต้องเผชิญอากาศพิษ มีผู้ใช้บริการสะสม 3,675 ราย
- เชียงราย มีคลินิกมลพิษ 37 แห่ง ผู้ป่วย 489 ราย
- เชียงราย มีคลินิกมลพิษออนไลน์ 7 แห่ง ใช้บริการสูงสุด 985 ราย
- ลำปาง นัดผ่านแอป “หมอพร้อม” สูงสุด 190 นัด
นพ.เอกชัย ระบุว่า สธ.ยังเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ทั้ง “มุ้งสู้ฝุ่น” สำหรับผู้ป่วยติดเตียง สำรวจกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 1 ภาคเหนือ พบกลุ่มเสี่ยงรวม 1.62 ล้านคน
พร้อมส่งทีมลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพ แจกหน้ากากอนามัยและ N95 รวมถึงเร่งสื่อสารเตือนภัยต่อเนื่อง และขยายบริการรักษาทั้งปกติและ Telemedicine เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลได้รวดเร็ว ปลอดภัย และทันเวลา
//




































